ติดต่อลูกค้าง่ายขึ้น เพียงส่งรูปผ่าน GrabChat

 
photo attached banner

เพิ่มความสะดวกในการติดต่อกับผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะตั้งแต่ 15 ส.ค. 62 เป็นต้นไป พาร์ทเนอร์ที่ใช้อุปกรณ์ที่มีระบบปฏิบัติการ Android สามารถส่งรูปให้ผู้ใช้บริการที่อุปกรณ์ที่มีระบบปฏิบัติการ Android ผ่านทาง GrabChat ได้แล้ว โดยจะใช้ได้ครบทุกท่าน (ไม่รวมผู้ใช้ระบบปฎิบัติการ iOS) ภายในสิ้นเดือน ส.ค. 62

  • ยืนยันจุดรับ-จุดส่งในเที่ยวการเดินทาง

  • สอบถามเกี่ยวกับการแก้ไขรายละเอียดของรายการอาหาร ในเที่ยวการส่งอาหาร

  • ยืนยันสถานที่ในการรับ-ส่งพัสดุ ในเที่ยวการส่งของ

ตัวอย่างหน้าจอ

into 1.png
into 2.png


กระดานถาม-ตอบ

ถาม: ฉันสามารถถ่ายรูปได้ทั้งจากกล้องหน้าและกล้องหลังเลยหรือไม่

ตอบ: พาร์ทเนอร์สามารถเลือกถ่ายรูปได้จากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง


ถาม: ฉันสามารถใช้รูปที่มีอยู่จากอัลบั้มในโทรศัพท์ ส่งให้ผู้ใช้บริการได้หรือไม่?

ตอบ: พาร์ทเนอร์ไม่สามารถใช้รูปที่มีอยู่แล้วในโทรศัพท์เพื่อส่งหาผู้ใช้บริการ กล่าวคือ ต้องถ่ายภาพใหม่ตามเวลาปัจจุบันเท่านั้น


ถาม: เพราะเหตุใดฉันถึงไม่เห็นสัญลักษณ์กล้องบนหน้า GrabChat

ตอบ: เกิดขึ้นได้จาก 2 กรณี
1. พาร์ทเนอร์ที่ใช้โทรศัพท์มือถือระบบ Android ไม่ได้อัปเดตแอปฯ Grab Driver เป็นเวอร์ชันล่าสุด ทำให้ไม่สามารถใช้ฟังก์ชันได้ ให้ตรวจสอบการอัปเดตของแอปฯ Grab Driver ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
2. ขณะนี้ฟังก์ชันจะรองรับเฉพาะโทรศัพท์มือถือระบบ Android เท่านั้น ทำให้พาร์ทเนอร์หรือลูกค้าที่ใช้ระบบ iOS จะไม่สามารถใช้ฟังก์ชันนี้ได้

 
 

อย่าลืม อัปเดตแอปฯ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสื่อสาร

หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการ iOS กรุณาติดตามข่าวสารอีกครั้งเร็ว ๆ นี้

ระบบหักค่าคอมฯ แบบใหม่ รับงานแกร็บเพย์ได้ แค่มีเงินในกระเป๋าเงินสด

 

แกร็บทดลองใช้ระบบหักค่าคอมมิสชันแบบใหม่สำหรับงานที่ลูกค้าเลือกชำระด้วยแกร็บเพย์

เมื่อพาร์ทเนอร์รับงาน GrabPay ระบบจะหักค่าคอมมิสชันจากกระเป๋าเครดิต (หากมีเครดิตไม่พอยอดจะติดลบ) และหลังจากที่พาร์ทเนอร์กดจบงาน ค่าโดยสารจากงานที่ชำระด้วย GrabPay จะถูกโอนเข้ากระเป๋าเงินสด จากนั้นยอดเงินในกระเป๋าเงินสดจะถูกโอนเข้ากระเป๋าเครดิตในจำนวนเท่ากับเครดิตที่ถูกหักไปในงานนั้น

 
No credit.png

ระบบหักค่าคอมมิสชันแบบใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับงาน และทำให้พาร์ทเนอร์ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการรับงาน โดยที่พาร์ทเนอร์ไม่ต้องเติมเครดิตบ่อย ๆ และพาร์ทเนอร์จะยังคงสามารถรับงานที่ลูกค้าเลือกชำระด้วย GrabPay ได้แม้มีเงินในกระเป๋าเครดิตไม่เพียงพอ

ตัวอย่างหน้าประวัติการโอนเงิน

trans.png

จำกัดการรับงาน GrabPay โดยมีเครดิตไม่เพียงพอ สูงสุด วันละ 5 งาน

ระบบหักค่าคอมมิสชันแบบใหม่รองรับเฉพาะบริการส่งผู้ดยสารเท่านั้น

  • GrabTaxi

  • GrabCar

  • GrabCar (Plus)

  • GrabCar (Premium)

  • GrabCar (Luxe)

  • GrabSUV

  • JustGrab และ

  • GrabBike (Win)

และจะทยอยเปิดทดลองให้พาร์ทเนอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ใช้ภายในเดือนสิงหาคม 2562

แกร็บยังคงแนะนำให้พาร์ทเนอร์เติมเครดิตรับงานไว้ให้เพียงพออยู่เสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับงาน และสร้างรายได้ที่มากกว่า

*ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้

 

[GrabDrive] คิวรับผู้โดยสารของบริการ GrabDrive

ระบบคิวรับผู้โดยสารของบริการ GrabDrive

เพื่อความสะดวกสบายและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น แกร็บเปิดใช้ระบบมาก่อนได้ก่อนสำหรับบริการ GrabDrive โดยพาร์ทเนอร์จะได้รับข้อความผ่านทาง SMS เมื่อเข้าพื้นที่คิว ซึ่งพื้นที่รอรับคิวสำหรับบริการ GrabDrive มีดังต่อไปนี้

ไวน์ บริดจ์
(เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. 62)
นำทาง คลิก

 
67486218_2259648194152768_2139387080596258816_n.png
 
 

เซ็นทรัลเวิลด์
(เริ่มตั้งแต่ 8 ส.ค. 62)
นำทาง คลิก

 
Picture1.png
 
 

อารีน่า 10
(เริ่มตั้งแต่ 8 ส.ค. 62)
นำทาง คลิก

 
Picture1ดก.png
 

ไม่พลาดทุกรายได้ที่เข้ามา ด้วยหน้าแสดงรายได้

 
earning4.jpg
 

ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 62 เป็นต้นไป พบกับ ‘หน้าแสดงรายได้’ ที่ช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถดูรายได้ของคุณได้สะดวกยิ่งขึ้น รับรองว่าไม่พลาดทุกรายรับจากการขับขี่แน่นอน โดยพาร์ทเนอร์ทุกท่านจะสามารถใช้ได้ภายในเดือน ก.ค. ไปดูกันเลย !

หน้าแสดงรายได้แบบใหม่ มีอะไรบ้าง?

1. รายได้ตามช่วงเวลา

ดูรายได้ อินเซนทีฟที่ได้รับ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกระเป๋าเงินสด ตามช่วงเวลาที่ต้องการ และสามารถกดที่ ‘ดูรายละเอียด‘ เพื่อศึกษารายละเอียดแต่ละรายการ โดยรายได้ที่จะแสดงมีดังนี้

  • ค่าบริการ

  • ค่าทิป

  • อินเซนทีฟ (เฉพาะอินเซนทีฟที่แสดงในเมนู 'อินเซนทีฟ' บนแอปฯ)

  • ค่าชดเชย เช่น ค่าชดเชยการรอ ค่าชดเชยการยกเลิก

 

ตัวอย่างการแสดงรายได้ที่ผ่านมา

e1.png

ตัวอย่างรายละเอียดของรายได้

sum.png
 

2. การเข้าถึงด่วน

เลือกประเภทรายการที่ต้องการจาก ‘การเข้าถึงด่วน‘ ไม่ว่าจะเป็น โอนเงิน ตรวจสอบประวัติงาน และตรวจสอบอินเซนทีฟ ดังนี้

 
q1.png
q2.png
q3.png
 

3. ประวัติกระเป๋าเงินสด

ตรวจสอบรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมดของกระเป๋าเงินสด รวมถึงรายละเอียดแต่ละรายการ ดังนี้

 
h12.png
 

หน้าแสดงรายได้แบบใหม่จะทยอยอัปเดตให้พี่ ๆ ได้ใช้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 62 นี้

ส่งคืนได้ง่าย เมื่อผู้โดยสารลืมของบนรถ ด้วยการแจ้งเตือนอัตโนมัติ

 
65727207_418740288975809_8090592567361536000_n.jpg
 
 

ผู้โดยสารลืมของไว้บนรถ ทำอย่างไรดี? ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 62 เป็นต้นไป แกร็บเพิ่มฟังก์ชัน การแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อผู้โดยสารลืมของบนรถ ที่จะช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถดำเนินการคืนสิ่งของได้ง่ายดายและสะดวกมากขึ้น

การแจ้งเตือนอัตโนมัติ ช่วยให้คืนของง่ายขึ้นอย่างไร?

  • ตอบกลับได้ทันทีที่ผู้โดยสารสอบถามเข้ามา ผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติ

  • หลังจากตอบกลับการแจ้งเตือนอัตโนมัติ พาร์ทเนอร์ก็สามารถรับงานต่อได้ทันที ไม่ต้องเสี่ยงการถูกระงับสัญญาณ

ฉันจะทราบได้อย่างไร เมื่อผู้โดยสารลืมของไว้บนรถ?

หลังจากที่ผู้โดยสารแจ้งผ่าน ศูนย์ช่วยเหลือ เข้ามา คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากในแอปฯ คนขับ และเมื่อได้รับการแจ้งเตือน พาร์ทเนอร์จำเป็นต้องตอบกลับว่าพบของที่ผู้โดยสารลืมไว้หรือไม่

ตัวอย่างการแจ้งเตือน

LnF_noti2.png

หากฉันพบของที่ผู้โดยสารลืมไว้ ฉันต้องทำอย่างไร?

หลังจากที่พาร์ทเนอร์พบของที่ผู้โดยสารลืมไว้แล้ว ให้กดที่การแจ้งเตือน และทำการขั้นตอน ดังนี้

happy_lnf1.png
happy_lnf2.png

กระดานถาม-ตอบ

ถาม: หากฉันได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติ แต่ไม่พบของที่ลูกค้าแจ้งว่าลืมไว้ ฉันต้องทำอย่างไร?

ตอบ: ไม่ว่าพาร์ทเนอร์จะพบหรือไม่พบของที่ลูกค้าลืมไว้ เมื่อได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติ พาร์ทเนอร์จำเป็นต้องตอบกลับ เพื่อป้องกันการถูกระงับสัญญาณค่ะ


ถาม: หากฉันไม่สะดวกให้ผู้โดยสารติดต่อ ฉันต้องทำอย่างไร?

ตอบ: หากพาร์ทเนอร์ไม่สะดวกให้ผู้โดยสารติดต่อ พาร์ทเนอร์จำเป็นต้องนำของมาคืนที่ศูนย์บริการพาร์ทเนอร์ และจำเป็นต้องตอบกลับผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติเช่นกัน


ถาม: หากฉันไม่พบของที่ผู้โดยสารแจ้งว่าลืมไว้ ฉันต้องทำอย่างไร?

ตอบ: หากพาร์ทเนอร์ไม่พบของที่ผู้โดยสารแจ้งว่าลืมไว้ พาร์ทเนอร์ก็จำเป็นต้องแจ้งกลับผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการถูกระงับสัญญาณค่ะ


ถาม: ฉันจะได้รับค่าบริการเพิ่มเติม เมื่อนำของคืนผู้โดยสารหรือไม่?

ตอบ: เพื่อสร้างความประทับใจจากการใช้บริการ จะไม่มีการเก็บค่าบริการเพิ่มเติมในการคืนของให้กับผู้โดยสารค่ะ อย่างไรก็ตามหากพาร์ทเนอร์ไม่สะดวก สามารถนำของมาฝากไว้ที่ศูนย์บริการพาร์ทเนอร์ที่ใกล้เคียง และให้ผู้โดยสารมารับของที่ศูนย์บริการพาร์ทเนอร์ได้ค่ะ


 

สะดวก แถมประหยัดเวลาแบบนี้ เมื่อได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติจากแอปฯ อย่าลืมตอบกลับนะคะ

โหมดงดการสนทนา (Silent Mode)

 
Silent Banner-02.jpg
 

ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 62 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น แกร็บเปิดทดลองใช้บริการ โหมดงดการสนทนา (Silent Mode) สำหรับบริการ GrabCar Plus, GrabCar Premium, GrabSUV และ GrabCar Luxe เพื่อพัฒนาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

โหมดงดการสนทนา (Silent Mode) คืออะไร ?

โหมดที่ผู้โดยสารในเที่ยวการเดินทางดังกล่าว ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีบทสนทนาเมื่อจำเป็นเท่านั้นในระหว่างการเดินทาง

ฉันจะทราบได้อย่างไร ว่าผู้โดยสารต้องการโหมดงดการสนทนา (Silent Mode) ?

ผู้โดยสารจะส่งข้อความผ่านทางแกร็บแชทว่า ‘โหมดงดการสนทนา‘ หรือ Silent Mode ในเที่ยวการเดินทางที่ต้องการโหมดงดการสนทนา โดยบางครั้ง ผู้โดยสารอาจใช้คำอื่น (เช่น โหมดเงียบ โหมดไร้เสียง เป็นต้น) ดังนั้น อย่าลืมพาร์ทเนอร์จำเป็นต้องตรวจสอบแกร็บแชท หลังรับงานทุกครั้ง

ตัวอย่างหน้าจอ

เมื่อผู้โดยสารต้องการโหมดงดการสนทนา (Silent Mode)

 
silent.png
 
 

อย่าลืมนะคะ หลังรับงานทุกครั้ง พาร์ทเนอร์จำเป็นต้องตรวจสอบว่า ผู้โดยสารต้องการใช้โหมดงดการสนทนา (Silent Mode) ในเที่ยวการเดินทางหรือไม่ เพื่อบริการได้ตรงความต้องการของผู้โดยสารค่ะ

 

ฉันควรทำอย่างไร เมื่อผู้โดยสารต้องการโหมดงดการสนทนา (Silent Mode) ?

หลังจากรับผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว สิ่งที่พาร์ทเนอร์ควรทำระหว่างเที่ยวการเดินทาง มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้โดยสารในเที่ยวการเดินทางนั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร

  • สนทนากับผู้โดยสารเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น สอบถามเส้นทาง ยืนยันจุดหมายปลายทาง เป็นต้น

มาร่วมส่งต่อประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยม เพื่อยกระดับการให้บริการของแกร็บด้วยกันนะคะ

โรงเรียนนักขับแกร็บ (GrabAcademy)

 
64436060_623901331354218_4586057501895557120_n.jpg
 

เพราะความสำเร็จของคุณ คือจุดมุ่งหมายของเรา ! แกร็บขอแนะนำ โรงเรียนนักขับแกร็บ (GrabAcademy) หลักสูตรที่รวบรวมบทเรียนและข้อควรรู้ ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในฐานะพาร์ทเนอร์แกร็บได้รวดเร็วและง่ายดาย! โดยตัวอย่างหลักสูตรที่คุณจะพบในโรงเรียนนักขับแกร็บ มีดังต่อไปนี้

  • การขับขี่อย่างระมัดระวัง

  • ความปลอดภัย

  • คุณภาพการบริการ

  • จริยธรรมผู้ขับ

แกร็บเชื่อว่า หลังจบหลักสูตรโรงเรียนนักขับแกร็บ พาร์ทเนอร์จะเข้าใจแนวปฏิบัติในการขับแกร็บได้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมแล้วใช่ไหม? มาทำความรู้จักกับโรงเรียนนักขับแกร็บกันเลย

โรงเรียนนักขับแกร็บ (GrabAcademy) คืออะไร ?

หลักสูตรสำหรับผู้ขับใหม่ ที่ประกอบด้วยบทเรียนและข้อควรรู้ เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ประสบความสำเร็จในการขับแกร็บอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ฉันสามารถเข้าสู่ โรงเรียนนักขับแกร็บ (GrabAcademy) ได้อย่างไร ?

พาร์ทเนอร์สามารถเข้าสู่ โรงเรียนนักขับแกร็บ ได้ง่าย ๆ ภายในแอปฯ ตามขั้นตอนดังนี้

 
academy-guide1
academy-guide2
 

เมื่อเข้าสู่เนื้อหาในแต่ละบท จะพบกับ
วิดิโอที่ช่วยแนะนำหลักปฏิบัติในการขับขี่ และ แบบฝึกหัดท้ายบท

 
academy guide4.png
 

อย่าลืม! อัปเดตแอปฯ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ก่อนเข้าสู่โรงเรียนนักขับแกร็บนะคะ

โปรไฟล์ของฉัน ติดตามผลการขับ และเข้าใจผู้โดยสารง่ายกว่าเดิม

 

แกร็บมั่นใจว่า พาร์ทเนอร์ต้องการสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสารในทุกเที่ยว ดังนั้นเพื่อให้พาร์ทเนอร์เข้าใจความต้องการของผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น แกร็บจึงพัฒนาหน้าโปรไฟล์คนขับแบบใหม่ที่แสดงถึงความคิดเห็นของผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น

dax profile old new.png

หน้าโปรไฟล์แบบใหม่ ต่างจากเดิมอย่างไร?

  1. ระดับและความคืบหน้า

    แสดงถึงคลับที่คุณอยู่ ณ ปัจจุบัน ว่าอยู่ในระดับใด และต้องขับอีกเท่าไร ถึงจะสามารถเลื่อนสู่คลับถัดไปได้

  2. การให้คะแนน 100 ครั้งล่าสุด

    แสดงถึงคะแนนที่พาร์ทเนอร์ได้รับจากผู้โดยสารที่ให้คะแนน 100 เที่ยวล่าสุด

  3. ความสำเร็จของฉัน

    หลังจบงาน นอกจากผู้โดยสารสามารถให้คะแนนดาว พร้อมความคิดเห็น ที่แสดงถึงความประทับใจแก่พี่ๆ พาร์ทเนอร์แล้ว ยังสามารถให้ ‘เหรียญแห่งความสำเร็จ‘ ในด้านที่ผู้โดยสารรู้สึกพึงพอใจได้เช่นกัน

ตัวอย่างหน้าจอ

Pax Rating Driver.png

4. ข้อปรับปรุง

พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดที่ผู้โดยสารต้องการให้ปรับปรุงได้จากส่วนนี้ เพื่อพัฒนาการให้บริการในครั้งต่อไปได้ดียิ่งขึ้น (ข้อปรับปรุงที่ได้รับจะไม่แสดงให้ผู้โดยสารรายถัดไปเห็นในการจอง รวมถึงไม่ส่งผลต่อคะแนนดาว)

ตัวอย่างหน้าจอ

suggest.png

เพียงเท่านี้ พี่ๆ พาร์ทเนอร์ก็สามารถพัฒนาการให้บริการในเรื่องที่ตรงกับความต้องการของผู้โดยสาร เพื่อสร้างความประทับใจให้ดียิ่งขึ้นได้แล้วค่ะ

โปรไฟล์แบบใหม่จะทยอยอัปเดตให้พี่ ๆ ได้ใช้พร้อมกันภายในเดือน มิ.ย. 62 นี้


กระดานถาม-ตอบ

ถาม: ผู้โดยสารจะเห็นความคิดเห็นที่ฉันได้รับก่อนกดจองงานหรือไม่?

ตอบ: ไม่ค่ะ พาร์ทเนอร์คนขับเท่านั้นที่จะเห็นความคิดเห็นที่ตนเองได้รับค่ะ


ถาม: ข้อปรับปรุงที่ฉันได้รับจะส่งผลต่อคะแนนดาวของฉันหรือไม่?

ตอบ: ไม่ค่ะ ความคิดเห็นจากทั้งในส่วนของ 'ความสำเร็จของฉัน' และ 'ข้อปรับปรุง' จะไม่ถูกคำนวณรวมไปในคะแนนดาวค่ะ


 

"ค่าทางด่วนอัตโนมัติ" ตัวช่วยที่ทำให้คุณไม่ลืมใส่ค่าทางด่วนอีกต่อไป

 

*เริ่มทยอยอัปเดตให้ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 62 เป็นต้นไป และพาร์ทเนอร์จะใช้ได้พร้อมกันทุกท่านภายในเดือนมิ.ย. 62 นี้!

ค่าทางด่วนอัตโนมัติ คืออะไร?

ไม่ว่าผู้โดยสารจะเลือกชำระเงินด้วยเงินสด หรือ GrabPay ระบบจะเพิ่มค่าทางด่วนในช่อง ‘ค่าทางด่วน’ บนหน้าใบเสร็จให้โดยอัตโนมัติหากพบว่าพาร์ทเนอร์เลือกใช้เส้นทางที่มีทางด่วน และทางพิเศษ

อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องบนใบเสร็จก่อนกดส่งงานทุกครั้ง!

ในกรณีที่ผู้โดยสารชำระค่าทางด่วนก่อนขึ้น พาร์ทเนอร์จะต้องลบค่าทางด่วนที่ระบบเพิ่มให้โดยอัตโนมัติออก และไม่เรียกเก็บเงินซ้ำซ้อน รวมถึงหากจำนวนเงินค่าทางด่วนไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายจริง กรุณาแก้ไขจำนวนเงินให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกร้องเรียนเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการเกิน

Auto Toll.png

ถามความประสงค์ และแจ้งค่าทางด่วนแก่ผู้โดยสารก่อนทุกครั้ง!

ก่อนขึ้นทางด่วน อย่าลืมถามผู้โดยสารว่าต้องการขึ้นทางด่วนหรือไม่ และแจ้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจมีก่อนการเดินทางเสมอ (เช่น ค่าทางด่วน ค่าผ่านทาง ค่าที่จอดรถ) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกร้องเรียนเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการเกิน

พบปัญหาการใช้งาน ‘ค่าทางด่วนอัตโนมัติ’ ทำอย่างไร?

รายงานปัญหาที่พบผ่านแอปฯ Grab Driver ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ เพียงเข้าไปที่ศูนย์ช่วยเหลือ แล้วเลือกเลือก ‘ปัญหาจากการเดินทาง’ > ‘การจ่ายเงินและปัญหาการเดินทาง’ > ‘ลืมกรอกค่าทางด่วน’ หรือ คลิกที่นี่

 

หน้าจอใบงานใหม่ อ่านง่ายเข้าใจเร็ว

 
54436319_1596179453860481_3415779385905512448_n.jpg

ใหม่ ! แกร็บอัปเดตหน้าจอใบงาน (หน้ารายละเอียดงานก่อนกดรับงาน) เพื่อให้พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดงานได้ง่ายมากขึ้น ใบงานแบบใหม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไปดูกัน

Draft.png
 
Draft1.png
  1. ปุ่มเพิกเฉยงาน
    พาร์ทเนอร์สามารถกดปุ่มนี้เพื่อปฏิเสธการรับงานที่เข้ามาได้ (การปฏิเสธงานจะทำให้อัตราการรับงานลดลง และอาจส่งผลต่อการได้รับอินเซนทีฟ)

  2. ค่าบริการ และวิธีการชำระเงิน
    พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดรายได้จากส่วนนี้ ซึ่งรายละเอียดที่จะแสดงมีดังนี้

    • ราคาค่าบริการ

    • โบนัส

    • รูปแบบการชำระเงิน (เงินสด/แกร็บเพย์)

      (อินเซนทีฟจะไม่แสดงอยู่ในหน้าใบงาน)

  3. ประเภทงาน และข้อความถึงคนขับ (โน้ต)
    พาร์ทเนอร์สามารถดูข้อความโน้ตถึงผู้ขับ และดูประเภทงานที่ได้รับว่าเป็นงานประเภทใด เช่น แกร็บแท็กซี่, แกร็บคาร์, แกร็บไบค์, แกร็บเอ็กซ์เพรส, แกร็บฟู้ด ฯลฯ ในกรณีเป็นงานจองล่วงหน้า เวลาการจองจะแสดงอยู่ในส่วนนี้ด้วย

    • กรณีรับงานแกร็บเอ็กซ์เพรส จำนวนพัสดุที่จะต้องส่งจะแสดงในส่วนนี้ด้วย

    • กรณีรับงานแกร็บฟู้ด (ร้านค้าทั่วไป) ราคาค่าอาหารที่พาร์ทเนอร์ต้องสำรองจ่ายเงินสด จะแสดงในส่วนนี้ด้วย

    • กรณีรับงานแกร็บฟู้ด (ร้านแนะนำ) จะไม่แสดงราคาค่าอาหาร เนื่องจากร้านอาหารจะไม่เรียกเก็บเงินสดจากพาร์ทเนอร์

    • กรณีรับงานแกร็บฟู้ด (ทั้งร้านทั่วไป และร้านแนะนำ) จะไม่แสดงจำนวนรายการอาหารในส่วนนี้ พาร์ทเนอร์จะสามารถดูรายการอาหารได้หลังจากกดรับงานแล้ว

  4. จุดรับ-จุดส่ง
    พาร์ทเนอร์สามารถดูตำแน่งต้นทาง และปลายทาง ของงานที่เข้ามาได้ที่ส่วนนี้

  5. ปุ่มกดรับงาน
    พาร์ทเนอร์สามารถกดรับงานได้ที่ปุ่มนี้ โดยจะมีเวลานับถอยหลัง หากรับงานไม่ทันจะถือว่าเพิกเฉยงาน และส่งผลให้คะแนนการรับงานลดลง (พาร์ทเนอร์สามารถเปิดการรับงานอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการกดรับงานไม่ทัน)

Draft2.png

หน้าใบงานแบบใหม่ จะทยอยอัปเดตให้พี่ ๆ ได้ใช้งานกันเร็ว ๆ นี้

 

เพิ่มความเป็นส่วนตัว ด้วยบริการ 'ซ่อนเบอร์'

ต่อไปนี้พี่ๆ พาร์ทเนอร์จะโทรหาผู้โดยสารได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองจะค้างอยู่ในประวัติการโทรของผู้โดยสาร เพราะตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 62 เป็นต้นไป แกร็บจะเริ่มทยอย “ซ่อนเบอร์” ที่แท้จริงของพาร์ทเนอร์และผู้โดยสารเมื่อกด ‘โทร’ ผ่านแอปฯ แล้วแทนที่เบอร์ดังกล่าวด้วยเบอร์โทรศัพท์สมมติ เพื่อความเป็นส่วนตัวของทั้งพาร์ทเนอร์และผู้โดยสาร โดยจะอัปเดตให้ครบทุกท่านภายในเดือนมี.ค. 62 นี้


วิธีใช้งาน

call1.png
call3.png

ข้อควรรู้

  • เพื่อความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย พาร์ทเนอร์จะสามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้ผ่านแอปฯ เท่านั้น

  • พาร์ทเนอร์จะสามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้ต่อเมื่อยังไม่กดปุ่ม ‘รับผู้โดยสาร'

  • หากพาร์ทเนอร์กด ‘รับผู้โดยสาร’ แล้ว พาร์ทเนอร์จะไม่สามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้อีก

ฟรี! แจ้งเตือน เงินเข้า/ออก ผ่านแอปฯ K-Plus

นอกจากแอปฯ K-Plus จะอำนวยความสะดวกในการเติมเครดิตรับงานให้พี่ๆ แล้ว ยังมีฟังก์ชันดีๆ ที่พี่ๆ พาร์ทเนอร์หลายท่านยังไม่ทราบกันซึ่งก็คือ การแจ้งเตือนเงินเข้า/ออกฟรีผ่านแอปฯ โดยมีขั้นตอนการเปิดแจ้งเตือนง่ายๆ ดังนี้

1.png
2.png
3.png

ภายหลังขั้นตอนนี้ หากพี่ๆ ยังไม่เห็นการแจ้งเตือน แนะนำให้พี่ๆ ลองตรวจสอบการแจ้งเตือนในระบบมือถือของพี่ๆ ดูนะคะ เพียงเท่านี้พี่ๆ ก็สามารถทราบได้ทุกครั้งเมื่อมีเงินเข้า/ออกในบัญชีเลยค่ะ



สะดวก ทันใจ ด้วย 'เมนูลัด'

 

เมนูลัด

ตั้งแต่ 15 ก.พ. 62 เป็นต้นไป เตรียมพบกับ ‘เมนูลัด’ ตัวช่วยที่จะลดเวลา และลดขั้นตอนการทำงานของพาร์ทเนอร์ให้ง่ายยิ่งขึ้น และสั้นยิ่งกว่า เพียงกดที่เครื่องหมาย ⮟ ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอหลักในแอปฯ Grab Driver


‘เมนูลัด’ ทำอะไรได้บ้าง?

ภายใต้เมนูลัด พาร์ทเนอร์จะพบกับทางลัดสู่การตั้งค่าบริการต่างๆ บนแอปฯ โดยพาร์ทเนอร์จะสามารถตั้งค่าบริการเหล่านี้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

  1. ตั้งค่า จุดหมายปลายทางของฉัน (My Destination)

  2. เปิด-ปิดการใช้งาน รับงานอัตโนมัติ (Auto Accept)

  3. กำหนดเพดาน ราคาคำสั่งซื้อสำหรับงานแกร็บฟู้ด

  4. เปิด-ปิด ประเภทบริการ ตามที่ต้องการ

Quick Menu.png