โหมดงดการสนทนา (Silent Mode)

 
Silent Banner-02.jpg
 

ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 62 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น แกร็บเปิดทดลองใช้บริการ โหมดงดการสนทนา (Silent Mode) สำหรับบริการ GrabCar Plus, GrabCar Premium, GrabSUV และ GrabCar Luxe เพื่อพัฒนาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

โหมดงดการสนทนา (Silent Mode) คืออะไร ?

โหมดที่ผู้โดยสารในเที่ยวการเดินทางดังกล่าว ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีบทสนทนาเมื่อจำเป็นเท่านั้นในระหว่างการเดินทาง

ฉันจะทราบได้อย่างไร ว่าผู้โดยสารต้องการโหมดงดการสนทนา (Silent Mode) ?

ผู้โดยสารจะส่งข้อความผ่านทางแกร็บแชทว่า ‘โหมดงดการสนทนา‘ หรือ Silent Mode ในเที่ยวการเดินทางที่ต้องการโหมดงดการสนทนา โดยบางครั้ง ผู้โดยสารอาจใช้คำอื่น (เช่น โหมดเงียบ โหมดไร้เสียง เป็นต้น) ดังนั้น อย่าลืมพาร์ทเนอร์จำเป็นต้องตรวจสอบแกร็บแชท หลังรับงานทุกครั้ง

ตัวอย่างหน้าจอ

เมื่อผู้โดยสารต้องการโหมดงดการสนทนา (Silent Mode)

 
silent.png
 
 

อย่าลืมนะคะ หลังรับงานทุกครั้ง พาร์ทเนอร์จำเป็นต้องตรวจสอบว่า ผู้โดยสารต้องการใช้โหมดงดการสนทนา (Silent Mode) ในเที่ยวการเดินทางหรือไม่ เพื่อบริการได้ตรงความต้องการของผู้โดยสารค่ะ

 

ฉันควรทำอย่างไร เมื่อผู้โดยสารต้องการโหมดงดการสนทนา (Silent Mode) ?

หลังจากรับผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว สิ่งที่พาร์ทเนอร์ควรทำระหว่างเที่ยวการเดินทาง มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้โดยสารในเที่ยวการเดินทางนั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร

  • สนทนากับผู้โดยสารเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น สอบถามเส้นทาง ยืนยันจุดหมายปลายทาง เป็นต้น

มาร่วมส่งต่อประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยม เพื่อยกระดับการให้บริการของแกร็บด้วยกันนะคะ

โปรไฟล์ใหม่ ติดตามผลการขับ และเข้าใจผู้โดยสารง่ายกว่าเดิม

 

แกร็บมั่นใจว่า พาร์ทเนอร์ต้องการสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสารในทุกเที่ยว ดังนั้นเพื่อให้พาร์ทเนอร์เข้าใจความต้องการของผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น แกร็บจึงพัฒนาหน้าโปรไฟล์คนขับแบบใหม่ที่แสดงถึงความคิดเห็นของผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น

dax profile old new.png

หน้าโปรไฟล์แบบใหม่ ต่างจากเดิมอย่างไร?

  1. ระดับและความคืบหน้า

    แสดงถึงคลับที่คุณอยู่ ณ ปัจจุบัน ว่าอยู่ในระดับใด และต้องขับอีกเท่าไร ถึงจะสามารถเลื่อนสู่คลับถัดไปได้

  2. การให้คะแนน 100 ครั้งล่าสุด

    แสดงถึงคะแนนที่พาร์ทเนอร์ได้รับจากผู้โดยสารที่ให้คะแนน 100 เที่ยวล่าสุด

  3. ความสำเร็จของฉัน

    หลังจบงาน นอกจากผู้โดยสารสามารถให้คะแนนดาว พร้อมความคิดเห็น ที่แสดงถึงความประทับใจแก่พี่ๆ พาร์ทเนอร์แล้ว ยังสามารถให้ ‘เหรียญแห่งความสำเร็จ‘ ในด้านที่ผู้โดยสารรู้สึกพึงพอใจได้เช่นกัน

ตัวอย่างหน้าจอ

achieve.png

4. ข้อปรับปรุง

พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดที่ผู้โดยสารต้องการให้ปรับปรุงได้จากส่วนนี้ เพื่อพัฒนาการให้บริการในครั้งต่อไปได้ดียิ่งขึ้น (ข้อปรับปรุงที่ได้รับจะไม่แสดงให้ผู้โดยสารรายถัดไปเห็นในการจอง รวมถึงไม่ส่งผลต่อคะแนนดาว)

ตัวอย่างหน้าจอ

suggest.png

เพียงเท่านี้ พี่ๆ พาร์ทเนอร์ก็สามารถพัฒนาการให้บริการในเรื่องที่ตรงกับความต้องการของผู้โดยสาร เพื่อสร้างความประทับใจให้ดียิ่งขึ้นได้แล้วค่ะ

โปรไฟล์แบบใหม่จะทยอยอัปเดตให้พี่ ๆ ได้ใช้พร้อมกันภายในเดือน มิ.ย. 62 นี้


กระดานถาม-ตอบ

ถาม: ผู้โดยสารจะเห็นความคิดเห็นที่ฉันได้รับก่อนกดจองงานหรือไม่?

ตอบ: ไม่ค่ะ พาร์ทเนอร์คนขับเท่านั้นที่จะเห็นความคิดเห็นที่ตนเองได้รับค่ะ


ถาม: ข้อปรับปรุงที่ฉันได้รับจะส่งผลต่อคะแนนดาวของฉันหรือไม่?

ตอบ: ไม่ค่ะ ความคิดเห็นจากทั้งในส่วนของ 'ความสำเร็จของฉัน' และ 'ข้อปรับปรุง' จะไม่ถูกคำนวณรวมไปในคะแนนดาวค่ะ


 

"ค่าทางด่วนอัตโนมัติ" ตัวช่วยที่ทำให้คุณไม่ลืมใส่ค่าทางด่วนอีกต่อไป

 

*เริ่มทยอยอัปเดตให้ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 62 เป็นต้นไป และพาร์ทเนอร์จะใช้ได้พร้อมกันทุกท่านภายในเดือนมิ.ย. 62 นี้!

ค่าทางด่วนอัตโนมัติ คืออะไร?

ไม่ว่าผู้โดยสารจะเลือกชำระเงินด้วยเงินสด หรือ GrabPay ระบบจะเพิ่มค่าทางด่วนในช่อง ‘ค่าทางด่วน’ บนหน้าใบเสร็จให้โดยอัตโนมัติหากพบว่าพาร์ทเนอร์เลือกใช้เส้นทางที่มีทางด่วน และทางพิเศษ

อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องบนใบเสร็จก่อนกดส่งงานทุกครั้ง!

ในกรณีที่ผู้โดยสารชำระค่าทางด่วนก่อนขึ้น พาร์ทเนอร์จะต้องลบค่าทางด่วนที่ระบบเพิ่มให้โดยอัตโนมัติออก และไม่เรียกเก็บเงินซ้ำซ้อน รวมถึงหากจำนวนเงินค่าทางด่วนไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายจริง กรุณาแก้ไขจำนวนเงินให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกร้องเรียนเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการเกิน

Auto Toll.png

ถามความประสงค์ และแจ้งค่าทางด่วนแก่ผู้โดยสารก่อนทุกครั้ง!

ก่อนขึ้นทางด่วน อย่าลืมถามผู้โดยสารว่าต้องการขึ้นทางด่วนหรือไม่ และแจ้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจมีก่อนการเดินทางเสมอ (เช่น ค่าทางด่วน ค่าผ่านทาง ค่าที่จอดรถ) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกร้องเรียนเรื่องการเรียกเก็บค่าบริการเกิน

พบปัญหาการใช้งาน ‘ค่าทางด่วนอัตโนมัติ’ ทำอย่างไร?

รายงานปัญหาที่พบผ่านแอปฯ Grab Driver ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ เพียงเข้าไปที่ศูนย์ช่วยเหลือ แล้วเลือกเลือก ‘ปัญหาจากการเดินทาง’ > ‘การจ่ายเงินและปัญหาการเดินทาง’ > ‘ลืมกรอกค่าทางด่วน’ หรือ คลิกที่นี่

 

หน้าจอใบงานใหม่ อ่านง่ายเข้าใจเร็ว

 
54436319_1596179453860481_3415779385905512448_n.jpg

ใหม่ ! แกร็บอัปเดตหน้าจอใบงาน (หน้ารายละเอียดงานก่อนกดรับงาน) เพื่อให้พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดงานได้ง่ายมากขึ้น ใบงานแบบใหม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไปดูกัน

Draft.png
 
Draft1.png
  1. ปุ่มเพิกเฉยงาน
    พาร์ทเนอร์สามารถกดปุ่มนี้เพื่อปฏิเสธการรับงานที่เข้ามาได้ (การปฏิเสธงานจะทำให้อัตราการรับงานลดลง และอาจส่งผลต่อการได้รับอินเซนทีฟ)

  2. ค่าบริการ และวิธีการชำระเงิน
    พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดรายได้จากส่วนนี้ ซึ่งรายละเอียดที่จะแสดงมีดังนี้

    • ราคาค่าบริการ

    • โบนัส

    • รูปแบบการชำระเงิน (เงินสด/แกร็บเพย์)

      (อินเซนทีฟจะไม่แสดงอยู่ในหน้าใบงาน)

  3. ประเภทงาน และข้อความถึงคนขับ (โน้ต)
    พาร์ทเนอร์สามารถดูข้อความโน้ตถึงผู้ขับ และดูประเภทงานที่ได้รับว่าเป็นงานประเภทใด เช่น แกร็บแท็กซี่, แกร็บคาร์, แกร็บไบค์, แกร็บเอ็กซ์เพรส, แกร็บฟู้ด ฯลฯ ในกรณีเป็นงานจองล่วงหน้า เวลาการจองจะแสดงอยู่ในส่วนนี้ด้วย

    • กรณีรับงานแกร็บเอ็กซ์เพรส จำนวนพัสดุที่จะต้องส่งจะแสดงในส่วนนี้ด้วย

    • กรณีรับงานแกร็บฟู้ด (ร้านค้าทั่วไป) ราคาค่าอาหารที่พาร์ทเนอร์ต้องสำรองจ่ายเงินสด จะแสดงในส่วนนี้ด้วย

    • กรณีรับงานแกร็บฟู้ด (ร้านแนะนำ) จะไม่แสดงราคาค่าอาหาร เนื่องจากร้านอาหารจะไม่เรียกเก็บเงินสดจากพาร์ทเนอร์

    • กรณีรับงานแกร็บฟู้ด (ทั้งร้านทั่วไป และร้านแนะนำ) จะไม่แสดงจำนวนรายการอาหารในส่วนนี้ พาร์ทเนอร์จะสามารถดูรายการอาหารได้หลังจากกดรับงานแล้ว

  4. จุดรับ-จุดส่ง
    พาร์ทเนอร์สามารถดูตำแน่งต้นทาง และปลายทาง ของงานที่เข้ามาได้ที่ส่วนนี้

  5. ปุ่มกดรับงาน
    พาร์ทเนอร์สามารถกดรับงานได้ที่ปุ่มนี้ โดยจะมีเวลานับถอยหลัง หากรับงานไม่ทันจะถือว่าเพิกเฉยงาน และส่งผลให้คะแนนการรับงานลดลง (พาร์ทเนอร์สามารถเปิดการรับงานอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการกดรับงานไม่ทัน)

Draft2.png

หน้าใบงานแบบใหม่ จะทยอยอัปเดตให้พี่ ๆ ได้ใช้งานกันเร็ว ๆ นี้

 

เพิ่มความเป็นส่วนตัว ด้วยบริการ 'ซ่อนเบอร์'

ต่อไปนี้พี่ๆ พาร์ทเนอร์จะโทรหาผู้โดยสารได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองจะค้างอยู่ในประวัติการโทรของผู้โดยสาร เพราะตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 62 เป็นต้นไป แกร็บจะเริ่มทยอย “ซ่อนเบอร์” ที่แท้จริงของพาร์ทเนอร์และผู้โดยสารเมื่อกด ‘โทร’ ผ่านแอปฯ แล้วแทนที่เบอร์ดังกล่าวด้วยเบอร์โทรศัพท์สมมติ เพื่อความเป็นส่วนตัวของทั้งพาร์ทเนอร์และผู้โดยสาร โดยจะอัปเดตให้ครบทุกท่านภายในเดือนมี.ค. 62 นี้


วิธีใช้งาน

call1.png
call3.png

ข้อควรรู้

  • เพื่อความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย พาร์ทเนอร์จะสามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้ผ่านแอปฯ เท่านั้น

  • พาร์ทเนอร์จะสามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้ต่อเมื่อยังไม่กดปุ่ม ‘รับผู้โดยสาร'

  • หากพาร์ทเนอร์กด ‘รับผู้โดยสาร’ แล้ว พาร์ทเนอร์จะไม่สามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้อีก

ฟรี! แจ้งเตือน เงินเข้า/ออก ผ่านแอปฯ K-Plus

นอกจากแอปฯ K-Plus จะอำนวยความสะดวกในการเติมเครดิตรับงานให้พี่ๆ แล้ว ยังมีฟังก์ชันดีๆ ที่พี่ๆ พาร์ทเนอร์หลายท่านยังไม่ทราบกันซึ่งก็คือ การแจ้งเตือนเงินเข้า/ออกฟรีผ่านแอปฯ โดยมีขั้นตอนการเปิดแจ้งเตือนง่ายๆ ดังนี้

1.png
2.png
3.png

ภายหลังขั้นตอนนี้ หากพี่ๆ ยังไม่เห็นการแจ้งเตือน แนะนำให้พี่ๆ ลองตรวจสอบการแจ้งเตือนในระบบมือถือของพี่ๆ ดูนะคะ เพียงเท่านี้พี่ๆ ก็สามารถทราบได้ทุกครั้งเมื่อมีเงินเข้า/ออกในบัญชีเลยค่ะ



สะดวก ทันใจ ด้วย 'เมนูลัด'

 

เมนูลัด

ตั้งแต่ 15 ก.พ. 62 เป็นต้นไป เตรียมพบกับ ‘เมนูลัด’ ตัวช่วยที่จะลดเวลา และลดขั้นตอนการทำงานของพาร์ทเนอร์ให้ง่ายยิ่งขึ้น และสั้นยิ่งกว่า เพียงกดที่เครื่องหมาย ⮟ ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอหลักในแอปฯ Grab Driver


‘เมนูลัด’ ทำอะไรได้บ้าง?

ภายใต้เมนูลัด พาร์ทเนอร์จะพบกับทางลัดสู่การตั้งค่าบริการต่างๆ บนแอปฯ โดยพาร์ทเนอร์จะสามารถตั้งค่าบริการเหล่านี้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

  1. ตั้งค่า จุดหมายปลายทางของฉัน (My Destination)

  2. เปิด-ปิดการใช้งาน รับงานอัตโนมัติ (Auto Accept)

  3. กำหนดเพดาน ราคาคำสั่งซื้อสำหรับงานแกร็บฟู้ด

  4. เปิด-ปิด ประเภทบริการ ตามที่ต้องการ

Quick Menu.png
 

“โทรฟรีผ่านแอปฯ" คุณขอมา แกร็บจัดให้ !

 
HNY2019GRAB2-02.jpg
 

บริการโทรฟรีผ่านแอปฯ

เปิดใช้ได้พร้อมกันภายในกลางเดือน ก.พ. นี้ !

แกร็บเตรียมเปิดให้พาร์ทเนอร์ได้ทดลองใช้บริการโทรฟรีผ่านแอปฯ เพียงกดปุ่ม ‘โทร’ บนหน้าแอปฯ ในขณะที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ แค่นี้พาร์ทเนอร์ก็สามารถติดต่อผู้โดยสารได้โดยไม่เสียค่าโทรแล้ว ! ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์จะใช้บริการนี้ได้ต่อเมื่อทั้งพาร์ทเนอร์และผู้โดยสารอัปเดตแอปฯ เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วเท่านั้น มิเช่นนั้น การโทรจะถูกคิดค่าบริการจากเครือข่ายโทรศัพท์ของพาร์ทเนอร์ตามปกติ

หมายเหตุ:

  • ระบบจะทยอยอัปเดตให้พาร์ทเนอร์ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 62 และพาร์ทเนอร์ทุกคนจะใช้ได้ภายในกุมภาพันธ์ 62

  • พาร์ทเนอร์ GrabFood จะสามารถใช้บริการโทรฟรีผ่านแอปฯ ได้เฉพาะโทรหาลูกค้าเท่านั้น

หน้าจอตัวอย่าง

 
หน้าจอ2.png
 

กระดานถาม-ตอบ

ถาม: ทำไมเมื่อกดโทรออก ฉันถึงไม่เห็นเบอร์โทรศัพท์ของผู้โดยสารเหมือนแต่ก่อน?

ตอบ: บริการโทรแบบใหม่จะเป็นการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต คุณจึงไม่เห็นเบอร์โทรศัพท์ของผู้โดยสาร


ถาม: จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันอยู่ในจุดที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตอ่อน?

ตอบ: ตราบใดที่คุณยังเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต การโทรจะเป็นการโทรผ่านอินเตอร์เน็ตที่ไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่เสถียรพอสำหรับการโทร พาร์ทเนอร์สามารถปิดใช้งานอินเตอร์เน็ต และติดต่อผู้โดยสารด้วยการโทรตามปกติที่ไม่ผ่านอินเตอร์ (มีค่าบริการจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณ)


ถาม: จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต?

ตอบ: คุณจะสามารถโทรออกได้ตามปกติ แต่จะเป็นการโทรที่มีค่าใช้จ่าย (เรียกเก็บโดยเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณ)


ถาม: ฉันจะสามารถใช้บริการนี้เพื่อโทรหลังจบงานได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ หากพาร์ทเนอร์ต้องการติดต่อผู้โดยสารหลังจากที่จบงานแล้ว (เช่น เพื่อแจ้งสิ่งของที่ผู้โดยสารลืมไว้)


ถาม: จะเป็นอย่างไร หากสัญญาณอินเตอร์เน็ตของฉันถูกตัดขณที่ะกำลังใช้บริการโทรฟรีอยู่?

ตอบ: กรณีที่อินเตอร์เน็ตของพาร์ทเนอร์ถูกตัดในระหว่างที่กำลังโทรอยู่ สายสนทนานั้น ๆ จะถูกยกเลิก โดยพาร์ทเนอร์สามารถติดต่อผู้โดยสารได้อีกครั้งผ่านปุ่ม 'โทร' อย่างไรก็ตาม หากพาร์ทเนอร์ยังไม่สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ การโทรนั้นจะเป็นไม่ใช่การโทรผ่านอินเตอร์เน็ต และจะมีค่าบริการการโทรที่เรียกเก็บโดยเครือข่ายโทรศัพท์ของพาร์ทเนอร์


ถาม: ฉันสามารถใช้บริการโทรฟรีได้กับทุกประเภทงานหรือไม่?

ตอบ: ในขณะนี้ แกร็บเปิดให้ทดลองใช้บริการโทรฟรีเฉพาะกับประเภทบริการที่เป็นการเดินทาง (ส่งคน) เท่านั้นค่ะ


ถาม: แกร็บแจ้งว่าเป็นบริการโทรฟรี แต่ทำไมฉันถึงถูกคิดค่าบริการอินเตอร์เน็ต?

ตอบ: บริการโทรฟรีในที่นี้หมายถึงบริการการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นการโทรที่จะไม่ถูกเรียกเก็บค่าบริการการโทรจากเครือข่ายโทรศัพท์ของพาร์ทเนอร์ แต่พาร์ทเนอร์จำเป็นจะต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อใช้บริการนี้ ซึ่งการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอาจมีค่าใช้จ่ายหากไม่ได้เป็นการเชื่อมต่อผ่าน wi-fi ค่ะ


ถาม: หากฉันไม่ต้องการใช้บริการโทรฟรีผ่านอินเตอร์เน็ต ฉันจะสามารถเปลี่ยนกลับไปใช้บริการโทรแบบคิดค่าบริการโทรตามเดิมได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ ระบบยังไม่รองรับการเลือกวิธีโทร พาร์ทเนอร์จะสามารถใช้บริการโทรแบบคิดค่าบริการโทรตามปกติได้ต่อเมื่อโทรศัพท์มือถือของพาร์ทเนอร์ขาดการเชื่อมต่ออินเตอร์ในขณะที่กด 'โทร' เท่านั้น