GrabExpress

บริการรับส่งพัสดุ-เอกสาร

ge banner.gif

ไม่อยากส่งคน ก็ส่งของได้

GrabExpress บริการรับส่งพัสดุ-เอกสาร แบ่งออกเป็น

  1. GrabExpress (Bike): รถจักรยานยนต์
  2. GrabExpress (Car): รถแท็กซี่ รถยนต์ 5 ประตู และซีดาน
  3. GrabExpress (Pick-up): รถกระบะ

โดย GrabExpress (Bike) มาแทนที่ GrabBike (Delivery) ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์ที่ได้รับการคัดเลือกให้บริการ GrabExpress ในช่วงทดลองใช้ทั้งหมด จะสามารถเริ่มรับงาน GrabExpress ได้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. 61 เป็นต้นไป

     

    GrabExpress
    โอกาสที่เพิ่มขึ้นเพื่อคุณ

    GE Table_1.jpg
    GE Table_2.jpg
    GE Table_3.jpg

    5 ข้อควรปฏิบัติเมื่อรับงาน GrabExpress

    1. ยืนยันตัวตนของผู้รับและผู้ส่งทุกครั้งก่อนทำการรับและส่งพัสดุ
    2. ไม่เปิด ไม่แกะหีบห่อที่รับมาไม่ว่ากรณีใด ๆ
    3. ถ่ายรูปพัสดุก่อนทำการรับและส่งทุกครั้ง
    4. หากพบว่าเป็นพัสดุต้องสงสัย ให้นำพัสดุที่ยังไม่ได้เปิดไปลงบันทึกประจำวันที่สำนักงานตำรวจของพื้นที่ที่รับพัสดุจากผู้ส่งทันที (เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้เปิดพัสดุร่วมกับผู้นำส่งเพื่อพิสูจน์หลักฐาน)
    5. เก็บรักษาและถ่ายรูปบันทึกประจำวันที่ได้รับจากสถานีตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานในการนำส่งพัสดุของคุณ

    กระดานถาม-ตอบ

    ถาม: แกร็บคิดอัตราค่าใช้บริการแอปพลิเคชันสำหรับ GrabExpress ทั้ง 3 ประเภทเท่าไร ?

    ตอบ: 15% สำหรับ GrabExpress (Bike), 25% สำหรับ GrabExpress (Car) และ GrabExpress (Pick-up)


    ถาม: ฉันจะติดต่อผู้ส่ง/ผู้รับได้อย่างไร ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ใช่ทั้งผู้ส่งและผู้รับ ?

    ตอบ: หากคุณเลือก 'โทร' หรือ 'แชท' บนแอปฯ คุณจะติดต่อไปที่ผู้ใช้บริการซึ่งอาจไม่ใช่ผู้ส่ง/ผู้รับ คุณสามารถตรวจสอบชื่อและเบอร์ติดต่อของทั้งผู้รับและผู้ส่งได้ที่ 'รายละเอียดการจัดส่ง' หรือเลือก 'เกิดปัญหากับพัสดุ' บนหน้าจอข้อมูลพัสดุ แล้วเลือก 'โทรติดต่อผู้ส่ง' หรือ 'โทรติดต่อผู้รับ'


    ถาม: ฉันต้องทำอย่างไรหากผู้รับ/ผู้ส่งไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับข้อมูลบนแอปฯ ?

    ตอบ: คุณสามารถเลือก 'พบผู้รับมอบเพื่อส่งแทน'/'พบผู้รับมอบเพื่อรับแทน' แล้วกรอกชื่อและความสัมพันธ์ต่อผู้ส่ง/ผู้รับที่แท้จริง


    ถาม: ฉันต้องยืนยันตัวผู้ส่ง/ผู้รับด้วยวิธีใด ?

    ตอบ: คุณควรถามชื่อของผู้ส่ง/ผู้รับก่อน เช่น "สวัสดีครับ GrabExpress ครับ ไม่ทราบว่าผู้ส่งชื่ออะไรครับ ?" หากผู้ส่ง/ผู้รับเป็นบุคคลอื่น กรุณาถามชื่อ และความสัมพันธ์ต่อผู้ส่ง/ผู้รับที่แท้จริง แล้วกรอกข้อมูลลงในแอปฯ


    ถาม: ฉันต้องทำอย่างไร หากพัสดุจริงไม่ตรงกับข้อมูลที่ปรากฎบนใบงาน ?

    ตอบ: เลือก 'เกิดปัญหากับพัสดุ' บนหน้าจอข้อมูลพัสดุแล้วเลือกโทรติดต่อผู้ส่ง หรือโทรติดต่อผู้รับ หรือโทรติดต่อ Grab หรือยกเลิกการจัดส่ง


    ถาม: ฉันต้องทำอย่างไร หากพัสดุอยู่ในสภาพเสียหายตั้งแต่ก่อนรับมอบจากผู้ส่ง ?

    ตอบ: เลือก 'เกิดปัญหากับพัสดุ' บนหน้าจอข้อมูลพัสดุแล้วเลือกโทรติดต่อผู้ส่ง หรือโทรติดต่อผู้รับ หรือโทรติดต่อ Grab หรือยกเลิกการจัดส่ง


    ถาม: ทำไมฉันถึงต้องถ่ายภาพพัสดุ ?

    ตอบ: เราต้องการให้คุณถ่ายภาพพัสดุเพื่อปกป้องและเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง เช่น ในกรณีคุณถูกอ้างว่าสับเปลี่ยนพัสดุ หรือเป็นหลักฐานยืนยันในกรณีที่พัสดุอยู่ในสภาพเสียหายตั้งแต่ก่อนคุณรับพัสดุจากผู้ส่ง


    ถาม: ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีที่การจัดส่งมีค่าทางด่วน ?

    ตอบ: ผู้ใช้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าทางด่วน กรุณากรอกค่าทางด่วนลงในช่อง 'ค่าทางด้วยและอื่นๆ' บนหน้าจอสรุปยอดเมื่อส่งพัสดุให้ผู้รับ ทั้งนี้ คุณจำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการแล้วเท่านั้น


    ถาม: หากฉันคิดว่าพัสดุที่จัดส่งเป็นพัสดุต้องสงสัย ฉันต้องทำอย่างไร ?

    ตอบ: เพื่อความปลอดภัยของคุณ คุณห้ามเปิดพัสดุที่ต้องจัดส่งไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น (ซึ่งหมายรวมถึง พัสดุปกติด้วย) โดยแกร็บแนะนำให้คุณนำพัสดุที่ยังไม่ได้เปิดนั้นไปที่สำนักงานตำรวจในพื้นที่ที่รับพัสดุมา เพื่อแสดงความโปร่งใสของคุณค่ะ


    ถาม: หากฉันต้องรอรับพัสดุ ที่จุดรับต้นทาง นานเกินกว่า 25 นาที ฉันต้องทำอย่างไร ?

    ตอบ: คุณสามารถใส่ค่ารอ (ค่าเสียเวลา) ในช่อง "ค่าทางด่วน และอื่น ๆ" โดยค่ารอของ GrabExpress (Bike) อยู่ที่ 50 บาท, GrabExpress (Car) และ GrabExpress (Pick-up) อยู่ที่ 100 บาท


    ถาม: หากผู้รับพัสดุไม่ปรากฏตัวที่จุดส่งปลายทาง ฉันต้องทำอย่างไร ?

    ตอบ:
    1. ติดต่อหาผู้รับพัสดุ หากไม่สามารถติดต่อได้เป็นเวลา 15 นาที ให้ติดต่อหาคอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้คอลเซ็นเตอร์ติดต่อหาผู้ส่งพัสดุ
    2. รอการยืนยันจากคอลเซ็นเตอร์ เพื่อทำการส่งคืนพัสดุให้ผู้ส่งพัสดุ
    3. กลับไปยังจุดรับต้นทางและคืนพัสดุ
    4. แจ้งคิดค่าบริการเพิ่มเติมแก่ผู้ส่งพัสดุ โดยค่าบริการเพิ่มเติมของ GrabExpress (Bike) อยู่ที่ 75 บาท, สำหรับ GrabExpress (Car) และ GrabExpress (Pick-up) อยู่ที่ 150 บาท ให้กรอกค่าบริการเพิ่มเติมลงในช่อง “ค่าทางด่วน และอื่น ๆ”